|
ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปในหลายด้าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงคุณภาพ
เช่น
การรับรองคุณภาพของโรงพยาบาล
(hospital
accreditation) การรับรองคุณภาพในด้านการผลิตและการทำงานโดยนำมาตรฐาน
GMP
และ
ISOมาใช้
มีการกำหนดหลักเกณฑ์ทางการตลาดของสมาคมผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์
การกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ๆในการคุ้มครองผู้บริโภค
หรือในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการรับรองคุณภาพของร้านยา
(community pharmacy accreditation) การเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามกระแสการเคลื่อนไหวของสังคมโลก
ซึ่งมุ่งเน้นเพื่อให้หลักประกันด้านสุขภาพ
แก่ผู้บริโภค
เพื่อให้ได้การบริการทางสุขภาพที่สมเหตุสมผล
(rational
use of heath services) และเป็นไปตามหลักฐานทางวิชาการ
(evidence-based
approach) ทั้งนี้เพื่อใช้ทรัพยากรสุขภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงเศรษฐศาสตร์
(cost-effectiveness) การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปฏิบัติวิชาชีพของบุคลากรสาธารณสุขทุกสาขารวมถึงเภสัชกร
ในการปรับเปลี่ยนตั้งแต่โครงสร้างการดำเนินการขององค์กรวิชาชีพ
จนถึงการปฏิบัติวิชาชีพของเภสัชกรแต่ละคนในทุกสาขา
เพื่อให้เภสัชกรสามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่ประชาชนได้สูงสุด
การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์จึงเป็นความจำเป็นสำหรับเภสัชกรผู้ปฏิบัติวิชาชีพ
เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้และทักษะให้ทันกับองค์ความรู้ทางเภสัชศาสตร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
อันจะช่วยให้เภสัชกร
มีความรู้ที่ทันสมัยและมีทักษะการประกอบวิชาชีพที่เป็นมาตรฐาน
และยังเป็นส่วนหนึ่งในการรับรองคุณภาพของการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม
ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยและประชาชนผู้มารับบริการ
การศึกษาต่อเนื่องมิใช่การมาสอบความรู้กันใหม่
แต่เป็นช่องทางให้เภสัชกรได้มีโอกาสทบทวนและหาความรู้เพิ่มเติม
เพื่อประโยชน์ในการประกอบวิชาชีพ
ทำให้เกิดภาพพจน์ที่ดีต่อวิชาชีพ
และ
เหนืออื่นใดคือศรัทธาที่จะได้รับจากผู้รับบริการ
สภาเภสัชกรรม
ในฐานะองค์กรวิชาชีพ
ซึ่งเป็นตัวแทนของเภสัชกรทั้งหมด
ได้ตระหนักถึงความสำคัญ
และความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการการศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์
จึงมีมติของคณะกรรมการสภาเภสัชกรรมวาระที่
2 (พ.ศ.
2541-2543) เห็นชอบให้มีการดำเนินการเรื่องระบบการศึกษาต่อเนื่องขึ้น
และได้ตั้งคณะอนุกรรมการจัดระบบการศึกษาต่อเนื่องขึ้นเมื่อวันที่
23 มีนาคม
พ.ศ.
2544 การจัดเตรียมระบบการศึกษาต่อเนื่องได้มีการดำเนินการจนสำเร็จลุล่วงมาด้วยดี
และพร้อมที่จะเริ่มต้นระบบการศึกษาต่อเนื่องในปี
พ.ศ.
2545
สภาเภสัชกรรมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
การดำเนินการการศึกษาต่อเนื่องในครั้งนี้จะได้รับความร่วมมือจากเภสัชกรทุกคนเป็นอย่างดี
ทั้งนี้เพื่อพัฒนาความรู้ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง
เพื่อประโยชน์ต่อตัวท่านเอง
วิชาชีพ
และ
สังคม
|

(เภสัชกรหญิง
รองศาสตราจารย์ธิดา
นิงสานนท์)
นายกสภาเภสัชกรรม
|
|